เป็นหนึ่งในเรื่องเล่าที่มีรากฐานมาจากตำราปีศาจวิทยาในยุคกลาง โดยเฉพาะในคัมภีร์เวทมนตร์ชื่อดังอย่าง Ars Goetia ซึ่งระบุว่าเขาเป็นหนึ่งใน “72 ปีศาจแห่งโซโลมอน”
และเป็นผู้มีพลังเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยความลับของธรรมชาติ ความรู้ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดิน และสื่อสารกับสัตว์ป่า

ปีศาจบาร์บาทอสจึงถูกมองว่าเป็นปีศาจที่เกี่ยวข้องกับป่า ภูเขา และพลังงานของโลกที่มนุษย์ไม่อาจมองเห็น
บาร์บาทอสได้รับตำแหน่งเป็น “ดยุคแห่งนรก” (Duke of Hell) และควบคุมกองกำลังปีศาจจำนวนมาก ตำราบางเล่มระบุว่าเขามีกองทัพปีศาจถึง 30 กอง บางฉบับกล่าวว่า 26 กอง
แต่ไม่ว่าตัวเลขใด สิ่งที่เหมือนกันคือเขาถูกจัดว่าเป็นผู้มีอำนาจสูง และเป็นผู้เชี่ยวชาญในการตีความสัญญาณที่แฝงอยู่ในธรรมชาติ เช่น เสียงลม เสียงนก หรือการเคลื่อนไหวของสัตว์ ซึ่งถูกมองว่ามีความหมายลึกซึ้งในเชิงเวทมนตร์
รูปลักษณ์ของปีศาจบาร์บาทอสตามตำนานถูกบรรยายว่า เขาจะปรากฏตัวเมื่อดวงดาวอยู่ในตำแหน่งเฉพาะ โดยเฉพาะเวลาที่ดาวพุธ (Mercury) โคจรสัมพันธ์กับดาวพฤหัสบดี (Jupiter) ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่พลังแห่ง “ความรู้และการเปิดเผย” รวมตัวกัน
เมื่อปรากฏ เขามักอยู่ท่ามกลางเสียงนกและสัตว์ป่าที่รายล้อม บ่งบอกถึงอำนาจของเขาในการควบคุมสิ่งมีชีวิต
ผู้เห็นบาร์บาทอสอาจมองว่าเขามีรูปแบบของนักล่าหรือผู้เฝ้าป่า ลักษณะเป็นชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมยาว มีเครา และถืออาวุธหรือคทาที่มีสัญลักษณ์โบราณ
ตำนานกล่าวว่าบาร์บาทอสมีความสามารถพิเศษในการทำให้มนุษย์ “เข้าใจภาษาแห่งธรรมชาติ” เช่น เสียงของนกหรือเสียงสัตว์
หากมีผู้ประกอบพิธีเรียกเขาสำเร็จ บาร์บาทอสจะมอบความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ซ่อนอยู่ และเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับสถานที่หรือวัตถุที่ถูกฝังไว้ใต้ดิน เช่น สมบัติที่ถูกซ่อน หรือความลับที่ถูกปิดบังไว้หลายร้อยปี ความสามารถนี้ทำให้เขามีชื่อเสียงในฐานะ “ปีศาจแห่งความลับใต้พื้นโลก”
อีกความเชื่อหนึ่งบอกว่า บาร์บาทอสสามารถ “ทำให้ศัตรูคืนดีกันได้” โดยเฉพาะความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับความเข้าใจผิดหรือข้อมูลที่ถูกปิดบัง เขาจึงถูกมองในแง่ที่แตกต่างจากปีศาจทั่วไป เพราะนอกจากมีพลังทำลาย เขายังมีบทบาทของ “ผู้ไกล่เกลี่ย” และ “ผู้ถอดรหัสความจริง”
หากผู้เรียกมีเจตนาบริสุทธิ์ ตำนานเล่าว่าเขาจะให้คำแนะนำอย่างสันติ แต่ถ้าผู้เรียกมีเจตนาแสวงหาผลประโยชน์จากธรรมชาติหรือใช้พลังผิดทาง บาร์บาทอสจะทำให้พิธีล้มเหลวหรือทำให้ผู้เรียกเกิดความสับสนอย่างรุนแรง
บาร์บาทอสยังถูกเชื่อว่าเป็นปีศาจที่เคยมีตำแหน่งเป็นหนึ่งใน “ทูตสวรรค์ผู้พิทักษ์” ก่อนจะตกลงจากสวรรค์หลังสงครามสวรรค์ครั้งใหญ่
ดังนั้นเขาจึงยังมีพลังของความรู้ในระดับสวรรค์หลงเหลืออยู่ ตำนานจึงผสมผสานภาพของเขาระหว่างความศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกบิดเบือน และพลังแห่งดินที่ลึกซึ้งอย่างลึกลับ
ในวัฒนธรรมสมัยใหม่ บาร์บาทอสถูกตีความใหม่ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งในเกม แฟนตาซี และวรรณกรรม
โดยมักถูกนำเสนอเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเวทมนตร์ของธรรมชาติ หรือผู้เผยความลับที่ถูกซ่อนอยู่ใต้โลก ทำให้เขาเป็นหนึ่งในปีศาจที่น่าสนใจที่สุดในเชิงสัญลักษณ์ เพราะตัวตนของเขาไม่ได้เป็นเพียงปีศาจที่หวาดกลัวเท่านั้น แต่ยังเป็น “ตัวแทนของความรู้ที่ต้องแลกด้วยความกล้าหาญ” และการเคารพต่อพลังของธรรมชาติอย่างแท้จริง
สนับสนุนเนื้อหาโดย เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก